วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555
เตรียมรับถ่ายโอนสถานีขนส่ง
เตรียมรับถ่ายโอนสถานีขนส่ง
เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เตรียมรับมอบการถ่ายโอนภารกิจสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอสุไหงโก-ลก จากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งในการถ่ายโอนภารกิจในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการบริหารจัดการสถานีขนส่งผู้โดยสาร คือ หนึ่งในภารกิจที่รัฐบาลจะต้องถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญในการส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และเป็นไปตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 มาตรา 16 ที่ให้เทศบาลมีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ในท้องถิ่นของตนเอง คือ การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเรือ ท่าข้าม และที่จอดรถ การขนส่งและ การวิศวกรรมจราจร ทั้งที่มีภารกิจที่รับถ่ายโอนประกอบไปด้วยภารกิจต่าง ๆ ดังนี้
1. การบริหารช่องจอดรถรับ – ส่งผู้โดยสารของรถประจำทาง
2. การบริหารพื้นที่ลานจอดรถ
3. การจัดพื้นที่จำหน่ายตั๋วโดยสาร
4. การจัดระบบการจราจรภายในสถานี
5. การรักษาความสะอาดภายในสถานี
6. การรักษาความปลอดภัย
7. การประชาสัมพันธ์และบริการข้อมูลการเดินทา
8. การควบคุม ดูแล การติดตั้งป้ายโฆษณาในบริเวณสถานี
9. การจัดให้มีบริการห้องสุขา
10. การจัดให้มีบริการจำหน่วยสินค้าเบ็ดเตล็ดและเครื่องดื่ม
11. การจัดให้มีบริการรับฝากของ
12. การจัดให้มีบริการรถรับจ้าง
13. การจัดให้มีบริการรถเข็นสัมภาระ
14. การเก็บเงินค่าบริการสถานีขนส่ง
15. การจัดหา ดูแล ซ่อมแซม บำรุงรักษาอาคารสถานที่และวัสดุอุปกรณ์
โดยในเบื้องต้น จากการติดต่อประสานงานและประชุมร่วมกับขนส่งจังหวัดนราธิวาส คาดการว่า การก่อสร้างและส่งมอบสถานีขนส่งจากผู้รับเหมาจะเสร็จสิ้น ประมาณสิ้นเดือนเมษายน ๒๕๕๕ หลังจากนั้น ทางกรมการขนส่งจะใช้เวลาอีกประมาณสามเดือน ในการจัดทำประกาศจัดตั้งสถานีขนส่ง และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นประมาณเดือนสิงหาคม ๒๕๕๕ และคาดว่าจะเปฺดใช้อย่างเป็นทางการ โดยให้รถขนส่งทั้งหลาย เข้าไปจอดรับ-ส่ง ผู้โดยสารได้ประมาณวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ โดยใช้ช่วงแรกการบริหารงานสถานีขนส่งแห่งนี้ ทางกรมการขนส่งทางบก จะรับผิดชอบในการบริหารงานไปก่อน เพื่อให้เทศบาลได้เตรียมการ ในเรื่องของบุคลากรและงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินการ หลังจากนั้นเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ก็จะเข้ารับผิดชอบในการบริหารงานสถานีขนส่งแห่งนี้แทน กรมการขนส่งทางบก (ไม่เกิน วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖)
โดยขั้นตอนการดำเนิน การรับโอนเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จะได้มีการแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อรับผิดชอบการดำเนินการถ่ายโอน การศึกษา การสำรวจข้อมูลสถานี การกำหนดรูปแบบการบริหารตลอดจนการออกเทศบัญญัติ การขอใช้ที่ราชพัสดุ การดำเนินการรับถ่ายโอน
ในระหว่างนี้ถ้าประชาชน ผู้ประกอบการขนส่ง มีข้อสงสัย มีปัญหา หรือมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการให้บริการของสถานีขนส่งผู้โดยสารสุไหงโก-ลก สามารถแจ้งได้ที่สำนักปลัดเทศบาลเมืองลพบุรี โทรศัพท์ 0 - 7361 - 4005 หรือ ที่ปลัดเทศบาลได้โดยตรงที่ 0 - 7361 -1077 หรือทางอีเมล์ kolokcity@kolokcity.go.th เพื่อที่ทางเทศบาลจะได้รวบรวมปัญหา ข้อเสนอแนะ ของทุกท่านมาปรับปรุง แก้ไขและเตรียมการล่วงหน้า ก่อนที่จะเข้าบริหารสถานีขนส่งแห่งนี้ ครับ
วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้ำบาดาล
ภารกิจที่ถ่ายโอนไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
1.การขุดเจาะน้ำบาดาล
2.การพัฒนาเป่าล้างบ่อน้ำบาดาลเดิม
3.การซ่อมบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำแบบบ่อลึก
4.การเรียกเก็บค่าใช้น้ำบาดาล
5.การอนุญาตการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางตอนบนสุดน้อยกว่า 4 นิ้ว และมอบอำนาจการอนุญาตใช้น้ำบาดาลที่อนุญาตใช้ไม่เกินวันละ 10 ลูกบาศก์เมตร
ภารกิจเรียกเก็บค่าใช้น้ำบาดาล
** การใช้น้ำบาดาลอย่างอนุรักษ์นั้นจะใช้การเก็บค่าใช้น้ำบาดาลเป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อใช้สร้างจิตสำนึกให้กับ ผู้ใช้น้ำบาดาลได้ตระหนักในคุณค่าของทรัพยากรน้ำบาดาล
หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล
ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลต้องชำระค่าใช้น้ำบาดาลและ ค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
-ตาม พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ. 2520 มาตรา 25/1 และ
-กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2540) แก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2543)
1.การแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ
กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะต้องดำเนินการ
1.1 แต่งตั้งพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่
1.2 แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่
แต่งตั้งพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่
กรมทรัพยากรน้ำบาดาล แต่งตั้งนายกเทศมนตรีหรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (ประกอบด้วยเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล)
-มีอำนาจหน้าที่ในการจัดเก็บค่าใช้น้ำบาดาล และค่าธรรมเนียมต่างๆ
-รวมทั้งมอบอำนาจให้ดำเนินการฟ้องร้องบังคับคดีผู้ประกอบกิจการ น้ำบาดาลที่ค้างชำระค่าใช้น้ำบาดาลตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520
2.วิธีและขั้นตอนการดำเนินการ
2.1 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ส่งสำเนาใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการเรียกเก็บค่าใช้น้ำบาดาล
2.2 การคำนวณค่าใช้น้ำบาดาล
การคำนวณค่าใช้น้ำบาดาลให้คำนวณปริมาณน้ำบาดาลที่ใช้ ดังนี้
2.2.1 กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำ ให้ชำระชำระค่าใช้น้ำบาดาลที่วัดได้จากเครื่องวัดปริมาณน้ำนั้น
2.2.2 กรณีไม่อาจคำนวณปริมาณน้ำบาดาลได้จากเครื่องวัดปริมาณน้ำเพราะผู้รับใบอนุญาตไม่ได้ติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำหรือด้วยเหตุอื่นได ให้ชำระค่าใช้น้ำบาดาลตามปริมาณน้ำบาดาลสูงสุดที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ใช้น้ำบาดาล โดยคำนวณตามวันที่ไม่อาจคำนวณน้ำบาดาลได้
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2521) ออกตามความในพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520
เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการทางวิชาการสำหรับการใช้น้ำบาดาลแบบอนุรักษ์
ในกรณีที่ติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำ ให้ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลกรอกรายการในรายงานการใช้น้ำบาดาลตามแบบ นบ./11 แล้วส่งรายงานดังกล่าวให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
บทกำหนดโทษ
กรณีผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลไม่ส่งรายงานตามแบบ นบ./11 มีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท (มาตรา 37)
2.3 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่าใช้น้ำบาดาล
-ให้ดำเนินการตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2540) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติ น้ำบาดาล พ.ศ. 2520
-ระเบียบกรมทรัพยากรน้ำบาดาลว่าด้วยการจัดเก็บรายได้และการนำส่งรายได้ตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520
กำหนดให้มีการชำระค่าใช้น้ำบาดาล จำนวน 4 งวด
งวดที่ 1 ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม
งวดที่ 2 ตั้งแต่เดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน
งวดที่ 3 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน
งวดที่ 4 ตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม
ผู้ใช้น้ำบาดาลจะต้องชำระค่าใช้น้ำบาดาลในแต่ละงวดให้ครบถ้วนต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ ภายใน 30 วัน นับแต่วันเริ่มงวดถัดไป
อัตราค่าใช้น้ำบาดาล
- ค่าใช้น้ำบาดาลอัตราลูกบาศก์เมตรละ 3.50 บาท
การเรียกเก็บค่าใช้น้ำบาดาล
ประเภท. 1 อุปโภคบริโภคท้องที่มีน้ำประปาใช้เก็บเต็ม (3.50บาท/ลบ.ม.) ท้องที่ไม่มีน้ำประปาใช้ยกเว้น
2.ธุรกิจ
-โรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่ใช้วัตถุดิบจากผลิตผลการเกษตรตามประเภทและชนิดที่รัฐมนตรีกำหนด ท้องที่มีน้ำประปาใช้ เก็บเต็ม(3.50บาท/ลบ.ม.) ท้องที่ไม่มีน้ำประปาใช้ลดหย่อนเก็บ 75% ของปริมาณน้ำ(2.625 บาท/ลบ.ม.)
-โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบจากผลิตผลการเกษตรตามประเภทและชนิดที่รัฐมนตรีกำหนดท้องที่มีน้ำประปาใช้ เก็บเต็ม (3.50บาท/ลบ.ม.)ท้องที่ไม่มีน้ำประปาใช้ลดหย่อนเก็บ 30% ของปริมาณน้ำ(1.05 บาท/ลบ.ม.)
3.เกษตรกรรม
-การเพาะปลูกท้องที่มีน้ำประปาใช้เก็บเต็ม (3.50บาท/ลบ.ม.)ท้องที่ไม่มีน้ำประปาใช้ยกเว้น
-การเลี้ยงสัตว์ที่ใช้น้ำบาดาลไม่เกินวันละ 50 ลบ.ม.ท้องที่มีน้ำประปาใช้เก็บเต็ม(3.50บาท/ลบ.ม.)ท้องที่ไม่มีน้ำประปาใช้ยกเว้น
การเลี้ยงสัตว์ส่วนที่ใช้น้ำบาดาลเกินวันละ 50 ลบ.ม.(เก็บเฉพาะส่วนที่เกิน)ท้องที่มีน้ำประปาใช้เก็บเต็ม(3.50บาท/ลบ.ม.)ท้องที่ไม่มีน้ำประปาใช้ลดหย่อนเฉพาะส่วนที่เกินวันละ 50 ลบ.ม.แล้วเก็บเพียง 30 % ของปริมาณน้ำ (1.05 บาท/ลบ.ม.)
ประเภทการใช้น้ำบาดาล
1.อุปโภคบริโภค
1.1.บ้านอยู่อาศัย
1.2.โรงพยาบาลของรัฐ สถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา และศาสนสถาน
1.3.อาคารชุด แฟลต อพาร์ตเมนต์ หอพัก บ้านเช่า หมู่บ้านจัดสรร ที่ดินจัดสรรเพื่ออยู่อาศัย/สวนเกษตร
1.4.ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำประปาขององค์การของรัฐหรือ อปท.
2.ธุรกิจ แบ่งเป็น
2.1 ธุรกิจ(อุตสาหกรรม)
-การใช้น้ำในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานผลิตเบียร์ สุรา ห้องเย็น เหล็กเส้น อาหารกระป๋อง
2.2 ธุรกิจ(บริการ)
-การใช้น้ำบาดาลเพื่อบริการลูกค้า เช่นโรงแรม โรงภาพยนตร์ ศูนย์การค้า ตลาด ร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมัน อาคารพาณิชย์ สนามกีฬา สนามกอล์ฟ สวนสนุก สวนสัตว์ สำนักงาน โรงพยาบาลเอกชน
2.3 ธุรกิจ(การค้า)
-การใช้น้ำบาดาลเป็นวัตถุดิบในการผลิต เช่น น้ำดื่ม น้ำแร่ น้ำอัดลม โซดา น้ำแข็ง เครื่องดื่มชูกำลัง
3.เกษตรกรรม
ได้แก่การใช้น้ำบาดาลเพื่อ
-การเพาะปลูก
-การเลี้ยงสัตว์
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดประเภทและชนิดของโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบจากผลิตผลการเกษตร
1. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับผักหรือผลไม้อย่างไดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
2. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเมล็ดพืชหรือหัวพืชอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
3. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับน้ำตาล ซึ่งทำจากอ้อย หญ้าหวาน หรือพืชอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
4. โรงงานประกอบกิจการที่เกี่ยวกับสัตว์หรืออาหารสัตว์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
5. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับนม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
6. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับน้ำมันจากพืช หรือสัตว์ หรือไขมันจากสัตว์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
7. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตเยื่อหรือกระดาษ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
8. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับสิ่งทอ ด้าย หรือเส้นใยธรรมชาติเป็นส่วนประกอบ
9. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเครื่องปรุงหรือเครื่องประกอบอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
10. โรงงานประกอบเกี่ยวกับยาง อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
11. โรงงานประกอบกิจการที่เกี่ยวกับการบ่มใบชา หรือใบยาสูบ
12. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวผลิตผลเกษตรกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
13. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับชา กาแฟ โกโก้ ช็อกโกแลต หรือขนมหวานอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
14. โรงงานผลิตภาชนะบรรจุหรือเครื่องใช้จากไม้ไผ่ หวาย ฟาง อ้อ กก หรือผักตบชวา
2.4 ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติ
1. ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลชำระค่าใช้น้ำบาดาล โดยทำเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับภายใน 15 วัน นับแต่วันเริ่มงวดถัดไป พร้อมทั้งแจ้งผลการไม่ปฏิบัติตามด้วย
2. ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลนำใบแจ้งหนี้ไปติดต่อชำระเงินค่าใช้ น้ำบาดาลต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มงวดถัดไป
3. พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ รับชำระค่าใช้น้ำบาดาลและ ออกใบเสร็จรับเงิน
4. พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่นำเงินค่าใช้น้ำบาดาลเข้าบัญชีกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล และคลังจังหวัด ตามข้อกำหนดของกระทรวง (กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะทำความตกลงกับคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกระทรวงการคลัง)
5. ในกรณีผู้รับใบอนุญาตไม่ชำระค่าใช้น้ำบาดาลตามระยะเวลาที่กำหนดให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ รวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานอัยการพิจารณาฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับให้ชำระหนี้ค่าใช้น้ำบาดาล โดยให้ดำเนินการตามระเบียบกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ว่าด้วย การจัดเก็บรายได้ และการนำส่งรายได้ ตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 และรายงานผลการดำเนินคดีให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลทราบทุกระยะ
6. พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ รายงานสรุปผลการจักเก็บรายได้ทุกเดือนให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลทราบ
สารบรรณภารกิจถ่ายโอน
๑.การจดทะเบียนพาณิชย์
๒.การขออนุญาตตั้งโรงงาน
๓.การขออนุญาตตั้งสถานจำหน่วยน้ำมันเชื้อเพลิง
๔.การคุ้มครองผู้บริโภค
๕.การจัดเก็บค่าธรรมเนียมใช้น้ำบาดาล
๖.สถานีขนส่งผู้โดยสาร
วันอังคารที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2554
ภารกิจถ่ายโอน การควบคุมน้ำมันเชื่อเพลิง
เพื่อให้การกระจายอำนาจและถ่ายโอนภารกิจงานควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ตาม พระราชบัญญัติ ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 ที่กรมธุรกิจพลังงานรับผิดชอบให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 32 (1) แห่ง พระราชบัญญัติ กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และ แผนการปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดขอบเขต การถ่ายโอนภาคกิจงานด้านควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติ ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 ประจำปี 2546 ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ชั้น 1 และ 2 และอาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 4 วรรคเก้า แห่งพระราชบัญญัติ ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 กรมธุรกิจพลังงานจึงออกประกาศ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 กรมธุรกิจพลังงาน กำหนดขอบเขตการถ่ายโอนภารกิจและวิธีปฏิบัติงานสำหรับในปี 2546 ให้แก่ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลชั้น 1 และ 2 ดังต่อไปนี้
(1) กิจการควบคุมประเภทที่ 1 ได้แก่ การตรวจตราสถานประกอบกิจการ
(2) กิจการควบคุมประเภทที่ 2 ได้แก่ การรับแจ้งการประกอบกิจการ และการตรวจตราสถานประกอบกิจการ
(3) กิจการควบคุมประเภทที่ 3 ได้แก่ การอนุญาตประกอบกิจการและการตรวจตราสถานประกอบกิจการ เฉพาะสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ยกเว้นประเภท ฉ
ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขที่กำหนดท้ายประกาศนี้
ข้อ 2 อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน มอบอำนาจการเป็นผู้อนุญาต ตาม พระราชบัญญัติ ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 ให้ผู้ดำรงตำแหน่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนี้
(1) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร
(2) นายกเมืองพัทยา ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา
(3) นายกเทศมนตรี ในเขตพื้นที่เทศบาลที่รับผิดชอบ
(4) นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลที่รับผิดชอบ
ข้อ 3[1] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป
สรุปกิจการที่ถ่ายโอนให้กับเทศบาล
1) การตรวจตราสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงลักษณะที่หนึ่ง (ร้านค้าปลีกจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายย่อย)
2) การรับแจ้งการประกอบกิจการและการตรวจตรา
2.1 สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงลักษณะที่สอง (โรงงานขนาดเล็กหรือเพื่อการเกษตร)
2.2 สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ค ลักษณะที่ หนึ่ง (ปั๊มถังลอยดีเซลริมทางขนาดเล็ก)
2.3 สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ง (ปั๊มหลอดแก้วมือหมุน)
2.4 สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท จ ลักษณะที่หนึ่ง (สถานีบริการทางน้ำขนาดเล็ก)
3) การอนุญาตประกอบกิจการและตรวจตรา
3.1 สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก (สถานีบริการมาตรฐานบนถนนใหญ่)
3.2 สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข (สถานีบริการมาตรฐานขนาดเล็กในซอย)
3.3 สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ค ลักษณะที่สอง (ปั๊มถังลอยดีเซลริมทางขนาดใหญ่)
3.4 สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท จ ลักษณะที่สอง (สถานีบริการทางน้ำขนาดใหญ่เก็บน้ำมันดีเซลหรือน้ำมันเบนซิน)
การติดต่อขอรับบริการเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ติดต่อได้ที่กองช่าง สำนักงานเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก