| วันที่ | ชุมชน | สถานที่ |
| ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๔ | กูโบร์ | บาลาเซาะห์ |
| ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๔ | จือแรตูลี | ที่ทำการชุมชน |
| ๗ เมษายน ๒๕๕๔ | ย่านกาค้าที่ ๑ |
|
| ๒๑ เมษายน ๒๕๕๔ | ทรายทอง | ที่ทำการชุมชน |
| ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔ | สวนมะพร้าว,ตันหยงมะลิ | ที่ทำการชุมชน |
| ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔ | ย่านถนนเจริญเขต |
|
| ๙ มิถุนายน ๒๕๕๔ | บือเร็งใน | บาลาเซาะห์ |
| ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๔ | หัวสะพาน | บาลาเซาะห์ |
| ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔ | ดงงูเห่า | วัดชลเฉลิมเขต |
| ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ | หัวกุญแจ | ที่ทำการชุมชน |
| ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ | ย่านการค้าที่ ๒ |
|
| ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ | บือเร็ง | มัสยิดบือเร็ง |
| ๘ กันยายน ๒๕๕๔ | โกลกวิลเล็จ | ลานอเนกประสงค์ |
| ๒๒ กันยายน ๒๕๕๔ | กือบงกาแม | ที่ทำการชุมชน |
วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554
โครงการเทศบาลสัญจรพบประชาชน
วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554
สารบรรณรายงานการประชุมกองทุนหลักประกันสุขภาพ
ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๖
๒.รายงานการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๖
๒.รายงานการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
๔.รายงานการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕
๕.รายงานการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
๖.รายงานการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕
๗.รายงานการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๕
๘.รายงานการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕
๙.รายงานการประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๕
๑๐.รายงานการประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๕
ปีงบประมมาณ ๒๕๕๔
๒.รายงานการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓
๓.รายงานการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔
๔.รายงานการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๔
๕.รายงานการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๔
๖.รายงานการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔
๗.รายงานการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๔
๘.รายงานการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๔
๙.รายงานการประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔
วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554
รายงานการประชุมกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก
รายงานการประชุมกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก
ครั้งที่ ๓/๕๔ วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔
ห้องประชุมเทศบาล ชั้น ๓
เปิดประชุมเวลา ๑๐.๐๐ น.
เมื่อคณะกรรมการมาพร้อมกันแล้ว นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฯ ได้กล่าวเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระดังนี้
ระเบียบวาระที่ ๑ ประธานแจ้งที่ประชุม
ประธานได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ด้วยในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เป็นวันตรุษจีนทางเจ้าภาพได้เตรียมอังเปา สำหรับผู้ร่วมงาน ขอเชิญชวนทุกคนร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ ๒/๕๔ วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓
มติที่ประชุม : รับรองรายงานการประชุม
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องแจ้งเพื่อทราบ
เรื่องที่ ๑ : รายงานสถานะทางการเงินของกองทุน ยอดยกมา ๑,๙๓๔,๘๔๐.๕๘ บาท โดยมีรายรับ-รายจ่าย ดังนี้
๑.จ่ายให้กิจกรรมประเภทที่ ๒ จำนวน ๑ โครงการ คือ
๑.๑โครงการตรวจมะเร็งปากมดลูกฯ เป็นเงิน ๖๕,๐๐๐ บาท
๒.จ่ายให้กิจกรรมประเภทที่ ๔
๒.๑ ค่าเบี้ยประชุม ค่าเอกสาร อาหารว่าง เป็นเงิน ๖,๕๐๐ บาท
๓.รับเงินคืนจากโครงการต่างๆ เป็นเงิน ๑,๑๒๘ บาท
๔.รับเงินสมทบจาก สปสช. เป็นเงิน ๑,๖๐๖,๓๒๐ บาท
๕.รับเงินสมทบจาก เทศบาลฯ เป็นเงิน ๘๐๒,๑๐๐ บาท คงเหลืองบประมาณกองทุน ๔,๒๗๒,๘๖๘.๕๘ บาท
มติที่ประชุม : รับทราบ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องเพื่อพิจารณา
เรื่องที่ ๑ : การพิจารณาโครงการที่ขอสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงาน / ภาคประชาชน จำนวน ๕ โครงการ
โครงการที่ ๑ โครงการฝึกสอนกีฬาลีลาศ ตามมาตรฐานกีฬาลีลาศ ชมรมกีฬาลีลาศสุไหงโก-ลก
โครงการนี้มีลักษณะการดำเนินงาน โดยจะมีการฝึกสอนกีฬาลีลาศแก่ครูพลศึกษาโรงเรียนในเขตเทศบาลและใกล้เคียง จำนวน ๔๐ คน เพื่อนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอนในสถานศึกษาต่อไปซึ่งจะมีวิทยากรกีฬาลีลาศระดับชาติ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูพลศึกษาได้มีความรู้ความเข้าใจกีฬาลีลาศที่ได้มาตรฐาน ส่งเสริมสนับสนุนให้เยาวชนได้ออกกำลังกายด้วยกีฬาลีลาศ และเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬาลีลาศในระดับสูงต่อไป โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฯเป็นค่าใช้จ่ายค่าวิทยากร ค่าอาหารว่างเครื่องดื่ม และค่าที่พักวิทยากร เป็นเงิน ๕๐,๔๐๐ บาท ซึ่งคณะกรรมการกองทุนได้ให้ความเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี เนื่องจากเป็นชมรมที่ก่อตั้งด้วยตนเอง ประกอบกับเวลาไปแข่งขันจะส่งในนามชื่อของเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกมาโดยตลอด และได้รางวัลมามากพอสมควร แต่ตัวโครงการเน้นการเรียนการสอนและการจัดแข่งขันมากไป ซึ่งไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของกองทุนที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนส่วนรวม คณะกรรมการไม่ได้ติดใจเรื่องค่าใช้จ่าย แต่จะทำอย่างไรให้ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของกองทุนได้ เพราะถ้าจะทำเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนหรือการจัดการแข่งขันสามารถขอสนับสนุนงบประมาณจากวิทยาลัยการอาชีพได้
มติที่ประชุม : อนุมัติ ในหลักการแต่ให้ปรับโครงการให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของกองทุน
โครงการที่ ๒ โครงการแก้ปัญหาภาวะโภชนาการในหญิงตั้งครรภ์ แผนกฝากครรภ์ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก งบประมาณ ๓๗,๕๐๐ บาท
โครงการนี้เป็นโครงการที่ส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ในเรื่องการบริโภคอาหารที่ถูกต้อง เนื่องจากข้อมูลการเฝ้าระวังของโรงพยาบาลในรอบปีที่ผ่านมาพบว่า หญิงตั้งครรภ์มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ ๔๒.๖๒ ซึ่งมีผลทำให้ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักต่ำกว่า ๒,๕๐๐ กรัม ร้อยละ ๙.๗๔ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์มีความรู้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ รวมทั้งเพื่อลดอัตราทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า ๒,๕๐๐ กรัม โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฯเป็นค่าใช้จ่ายค่าอาหารประเภทนมและไข่ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ เป็นเงิน ๓๗,๕๐๐ บาท
โครงการที่ ๓ โครงการคุณแม่คุณภาพ แผนกฝากครรภ์ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก งบประมาณ ๕๕,๒๐๐ บาท
เป็นโครงการที่มุ่งเน้นให้หญิงตั้งครรภ์มีความรู้ ความเข้าใจ ในการปฏิบัติตนตั้งแต่ตั้งครรภ์ การคลอด และหลังคลอดที่ปลอดภัยทั้งแม่และลูก ทารกมีน้ำหนักมากกาว่า ๒,๕๐๐ กรัม โดยลักษณะโครงการเป็นการอบรมหญิงตั้งครรภ์พร้อมสามี มีการพาเยี่ยมชมสถานที่คลอด โดยจะดำเนินอบรมจำนวน ๖ รุ่นๆละ ๑๐๐ คน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์มีความรู้ ความเข้าใจ ในการปฏิบัติตนตั้งแต่ตั้งครรภ์ การคลอด และหลังคลอดที่ถูกต้อง ลดอัตราตายของมารดาและทารก และสร้างแรงจูงใจให้หญิงตั้งครรภ์มาคลอดในสถานบริการของรัฐ โดยขอสนับสนุนงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายค่าอาหาร อาหารว่าง ค่าวัสดุ เป็นเงิน ๕๕,๒๐๐ บาท
โครงการที่ ๔ โครงการแก้ไขปัญหาภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ แผนกสูตินรีเวช โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก งบประมาณ ๑๑,๐๐๐ บาท
โครงการนี้มีลักษณะโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดธาตุเหล็กในหญิงตั้งครรภ์ทำให้โอกาสที่จะนำไปสู่การเกิดภาวะโลหิตจางสูง ซึ่งมีผลกระทบต่อการคลอดก่อนกำหนด พัฒนาการของเด็ก และสติปัญญาในการเรียนรู้จะต่ำ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์มีความรู้ และมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ถูกต้อง ลดภาวะโลหิตจาง รวมทั้งเพื่อลดอัตราการคลอดก่อนกำหนด โดยจะดำเนินอบรมจำนวน ๑๐ รุ่นๆละ ๔๐ คน โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฯเป็นค่าใช้จ่ายค่าอาหาร ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม เป็นเงิน ๑๑,๐๐๐ บาท
ความเห็นคณะกรรมการ
คณะกรรมการได้ให้ความเห็นว่า แม้จะมีกลุ่มเป้าหมายเป็นหญิงตั้งครรภ์ทั้ง ๓ โครงการ ซึ่งน่าจะสามารถรวมเป็นโครงการเดียวกันได้ แต่ลักษณะการปฏิบัติงานจริงๆ เมื่อคนใดมีปัญหาก็ต้องจับแยกตามภาวะที่หญิงตั้งครรภ์เป็นอยู่ดี ประกอบกับโครงการแก้ไขปัญหาภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ถ้าทำได้จะเป็นโมเดลของจังหวัดด้วย และเพื่อความสะดวกในการแบ่งคน การติดตาม การประเมินผล รวมทั้งเพื่อความสมบูรณ์ของเด็กในครรภ์ที่ควรเริ่มต้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ไม่ต้องมาแก้ปัญหาในภายหลัง เพียงแต่ให้บริหารจัดการเรื่องการแจกไข่ กังวลว่าหญิงตั้งครรภ์ไม่ได้กิน แต่คนอื่นในครอบครัวจะเป็นคนกินแทน ส่วนเรื่องให้นมไม่น่ามีปัญหา
มติที่ประชุม : อนุมัติ ให้แยกเป็นแต่ละโครงการตามเสนอ
โครงการที่ ๕ โครงการส่งเสริมสุขภาพด้านการออกกำลังกาย ๑๑ ชุมชน ในเขตเทศบาล
เป็นโครงการที่มีลักษณะการรวมตัวของ ๑๑ ชุมชน เพื่อขอสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์การออกกำลังกายใช้ในแต่ละชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนและประชาชน ได้ร่วมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ส่งเสริมให้เยาวชนห่างไกลยาเสพติด มีการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ก่อให้เกิดความสามัคคีในชุมชน โดยขอสนับสนุนงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายค่าวัสดุ อุปกรณ์การออกกำลังกาย เป็นเงิน ๒๔๗,๗๒๐ บาทต่อ ๑๑ ชุมชน ซึ่งคณะกรรมการกองทุนฯให้ความเห็นว่า ดีใจที่เห็นชุมชนมีการรวมตัวกันเพื่อสุขภาพ งบประมาณไม่ใช่ปัญหา เพียงแต่อยากให้ตรงกับสภาพความเป็นจริงของแต่ละชุมชน ไม่อยากให้เป็นแบบแพคเกจ(package) เพราะบางชุมชนไม่มีสนามก็ให้ปรับตามที่แท้จริง งบประมาณไม่จำเป็นต้องเท่ากันหมดทุกชุมชน เช่นโต๊ะปิงปอง จะอยู่กลางแจ้งไม่ได้ ต้องมีสถานที่ร่ม อุปกรณ์บางชนิดไม่ตอบตรงจุดกับบางชุมชน สนับสนุนไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์ รวมทั้งต้องมีทะเบียน มีการกำหนดคนดูแล
มติที่ประชุม : ให้ปรับรายละเอียดให้ตรงกับความเป็นจริงของแต่ละชุมชน เพราะมีระบบการตรวจสอบ แล้วอนุมัติตามวงเงินที่เสนอ
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องเพื่อติดตาม
เรื่องที่ ๑ : รายงานผลการดำเนินงานของอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ
๑.คณะทำงานจัดทำแผนฯ
- จากการให้แต่ละหน่วยงาน ชุมชนและชมรม จัดทำแผนดำเนินงานในปี ๒๕๕๔ โดยคิดบนฐานงบประมาณ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ที่ได้รับการสนับสนุนและสมทบในปี ๒๕๕๔ และได้กำหนดสัดส่วนการสนับสนุนในแต่ละมิติ คือ ร้อยละ 25 : 25 : 40 :10 ส่วนการพิจารณาแผนในรอบต่อไปน่าจะประมาณกุมภาพันธ์หรือมีนาคม
๒.อนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ
- ได้นำเสนอตัวอย่างโลโก้ของกองทุน ซึ่งทางคณะกรรมการฯได้เลือกไว้ ๓ แบบ และให้ทางอนุฝ่ายเลขานุการ ปรับข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องและให้นำเสนอในการประชุมรอบต่อไป
๓.อนุกรรมการฝ่ายติดตามฯ
- ติดตามโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ ณ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ถือว่า ผ่านเกณฑ์มีผู้เข้าร่วมประมาณ ร้อยละ ๗๐
-ติดตามโครงการมหกรรมส่งเสริมสุขภาพจิต ณ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ผลที่ออกมาถือว่าคุ้มค่า เพราะกลุ่มเป้าหมายที่ร่วมกิจกรรมหลากหลาย
ปิดการประชุม ๑๒.๐๐ น.
นายไซนัล นิรมาณกุล
ผู้บันทึกการประชุม
วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้ำบาดาล
ภารกิจที่ถ่ายโอนไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
1.การขุดเจาะน้ำบาดาล
2.การพัฒนาเป่าล้างบ่อน้ำบาดาลเดิม
3.การซ่อมบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำแบบบ่อลึก
4.การเรียกเก็บค่าใช้น้ำบาดาล
5.การอนุญาตการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางตอนบนสุดน้อยกว่า 4 นิ้ว และมอบอำนาจการอนุญาตใช้น้ำบาดาลที่อนุญาตใช้ไม่เกินวันละ 10 ลูกบาศก์เมตร
ภารกิจเรียกเก็บค่าใช้น้ำบาดาล
** การใช้น้ำบาดาลอย่างอนุรักษ์นั้นจะใช้การเก็บค่าใช้น้ำบาดาลเป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อใช้สร้างจิตสำนึกให้กับ ผู้ใช้น้ำบาดาลได้ตระหนักในคุณค่าของทรัพยากรน้ำบาดาล
หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล
ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลต้องชำระค่าใช้น้ำบาดาลและ ค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
-ตาม พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ. 2520 มาตรา 25/1 และ
-กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2540) แก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2543)
1.การแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ
กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะต้องดำเนินการ
1.1 แต่งตั้งพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่
1.2 แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่
แต่งตั้งพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่
กรมทรัพยากรน้ำบาดาล แต่งตั้งนายกเทศมนตรีหรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (ประกอบด้วยเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล)
-มีอำนาจหน้าที่ในการจัดเก็บค่าใช้น้ำบาดาล และค่าธรรมเนียมต่างๆ
-รวมทั้งมอบอำนาจให้ดำเนินการฟ้องร้องบังคับคดีผู้ประกอบกิจการ น้ำบาดาลที่ค้างชำระค่าใช้น้ำบาดาลตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520
2.วิธีและขั้นตอนการดำเนินการ
2.1 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ส่งสำเนาใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการเรียกเก็บค่าใช้น้ำบาดาล
2.2 การคำนวณค่าใช้น้ำบาดาล
การคำนวณค่าใช้น้ำบาดาลให้คำนวณปริมาณน้ำบาดาลที่ใช้ ดังนี้
2.2.1 กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำ ให้ชำระชำระค่าใช้น้ำบาดาลที่วัดได้จากเครื่องวัดปริมาณน้ำนั้น
2.2.2 กรณีไม่อาจคำนวณปริมาณน้ำบาดาลได้จากเครื่องวัดปริมาณน้ำเพราะผู้รับใบอนุญาตไม่ได้ติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำหรือด้วยเหตุอื่นได ให้ชำระค่าใช้น้ำบาดาลตามปริมาณน้ำบาดาลสูงสุดที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ใช้น้ำบาดาล โดยคำนวณตามวันที่ไม่อาจคำนวณน้ำบาดาลได้
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2521) ออกตามความในพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520
เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการทางวิชาการสำหรับการใช้น้ำบาดาลแบบอนุรักษ์
ในกรณีที่ติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำ ให้ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลกรอกรายการในรายงานการใช้น้ำบาดาลตามแบบ นบ./11 แล้วส่งรายงานดังกล่าวให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
บทกำหนดโทษ
กรณีผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลไม่ส่งรายงานตามแบบ นบ./11 มีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท (มาตรา 37)
2.3 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่าใช้น้ำบาดาล
-ให้ดำเนินการตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2540) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติ น้ำบาดาล พ.ศ. 2520
-ระเบียบกรมทรัพยากรน้ำบาดาลว่าด้วยการจัดเก็บรายได้และการนำส่งรายได้ตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520
กำหนดให้มีการชำระค่าใช้น้ำบาดาล จำนวน 4 งวด
งวดที่ 1 ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม
งวดที่ 2 ตั้งแต่เดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน
งวดที่ 3 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน
งวดที่ 4 ตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม
ผู้ใช้น้ำบาดาลจะต้องชำระค่าใช้น้ำบาดาลในแต่ละงวดให้ครบถ้วนต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ ภายใน 30 วัน นับแต่วันเริ่มงวดถัดไป
อัตราค่าใช้น้ำบาดาล
- ค่าใช้น้ำบาดาลอัตราลูกบาศก์เมตรละ 3.50 บาท
การเรียกเก็บค่าใช้น้ำบาดาล
ประเภท. 1 อุปโภคบริโภคท้องที่มีน้ำประปาใช้เก็บเต็ม (3.50บาท/ลบ.ม.) ท้องที่ไม่มีน้ำประปาใช้ยกเว้น
2.ธุรกิจ
-โรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่ใช้วัตถุดิบจากผลิตผลการเกษตรตามประเภทและชนิดที่รัฐมนตรีกำหนด ท้องที่มีน้ำประปาใช้ เก็บเต็ม(3.50บาท/ลบ.ม.) ท้องที่ไม่มีน้ำประปาใช้ลดหย่อนเก็บ 75% ของปริมาณน้ำ(2.625 บาท/ลบ.ม.)
-โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบจากผลิตผลการเกษตรตามประเภทและชนิดที่รัฐมนตรีกำหนดท้องที่มีน้ำประปาใช้ เก็บเต็ม (3.50บาท/ลบ.ม.)ท้องที่ไม่มีน้ำประปาใช้ลดหย่อนเก็บ 30% ของปริมาณน้ำ(1.05 บาท/ลบ.ม.)
3.เกษตรกรรม
-การเพาะปลูกท้องที่มีน้ำประปาใช้เก็บเต็ม (3.50บาท/ลบ.ม.)ท้องที่ไม่มีน้ำประปาใช้ยกเว้น
-การเลี้ยงสัตว์ที่ใช้น้ำบาดาลไม่เกินวันละ 50 ลบ.ม.ท้องที่มีน้ำประปาใช้เก็บเต็ม(3.50บาท/ลบ.ม.)ท้องที่ไม่มีน้ำประปาใช้ยกเว้น
การเลี้ยงสัตว์ส่วนที่ใช้น้ำบาดาลเกินวันละ 50 ลบ.ม.(เก็บเฉพาะส่วนที่เกิน)ท้องที่มีน้ำประปาใช้เก็บเต็ม(3.50บาท/ลบ.ม.)ท้องที่ไม่มีน้ำประปาใช้ลดหย่อนเฉพาะส่วนที่เกินวันละ 50 ลบ.ม.แล้วเก็บเพียง 30 % ของปริมาณน้ำ (1.05 บาท/ลบ.ม.)
ประเภทการใช้น้ำบาดาล
1.อุปโภคบริโภค
1.1.บ้านอยู่อาศัย
1.2.โรงพยาบาลของรัฐ สถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา และศาสนสถาน
1.3.อาคารชุด แฟลต อพาร์ตเมนต์ หอพัก บ้านเช่า หมู่บ้านจัดสรร ที่ดินจัดสรรเพื่ออยู่อาศัย/สวนเกษตร
1.4.ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำประปาขององค์การของรัฐหรือ อปท.
2.ธุรกิจ แบ่งเป็น
2.1 ธุรกิจ(อุตสาหกรรม)
-การใช้น้ำในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานผลิตเบียร์ สุรา ห้องเย็น เหล็กเส้น อาหารกระป๋อง
2.2 ธุรกิจ(บริการ)
-การใช้น้ำบาดาลเพื่อบริการลูกค้า เช่นโรงแรม โรงภาพยนตร์ ศูนย์การค้า ตลาด ร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมัน อาคารพาณิชย์ สนามกีฬา สนามกอล์ฟ สวนสนุก สวนสัตว์ สำนักงาน โรงพยาบาลเอกชน
2.3 ธุรกิจ(การค้า)
-การใช้น้ำบาดาลเป็นวัตถุดิบในการผลิต เช่น น้ำดื่ม น้ำแร่ น้ำอัดลม โซดา น้ำแข็ง เครื่องดื่มชูกำลัง
3.เกษตรกรรม
ได้แก่การใช้น้ำบาดาลเพื่อ
-การเพาะปลูก
-การเลี้ยงสัตว์
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดประเภทและชนิดของโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบจากผลิตผลการเกษตร
1. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับผักหรือผลไม้อย่างไดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
2. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเมล็ดพืชหรือหัวพืชอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
3. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับน้ำตาล ซึ่งทำจากอ้อย หญ้าหวาน หรือพืชอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
4. โรงงานประกอบกิจการที่เกี่ยวกับสัตว์หรืออาหารสัตว์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
5. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับนม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
6. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับน้ำมันจากพืช หรือสัตว์ หรือไขมันจากสัตว์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
7. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตเยื่อหรือกระดาษ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
8. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับสิ่งทอ ด้าย หรือเส้นใยธรรมชาติเป็นส่วนประกอบ
9. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเครื่องปรุงหรือเครื่องประกอบอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
10. โรงงานประกอบเกี่ยวกับยาง อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
11. โรงงานประกอบกิจการที่เกี่ยวกับการบ่มใบชา หรือใบยาสูบ
12. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวผลิตผลเกษตรกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
13. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับชา กาแฟ โกโก้ ช็อกโกแลต หรือขนมหวานอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
14. โรงงานผลิตภาชนะบรรจุหรือเครื่องใช้จากไม้ไผ่ หวาย ฟาง อ้อ กก หรือผักตบชวา
2.4 ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติ
1. ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลชำระค่าใช้น้ำบาดาล โดยทำเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับภายใน 15 วัน นับแต่วันเริ่มงวดถัดไป พร้อมทั้งแจ้งผลการไม่ปฏิบัติตามด้วย
2. ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลนำใบแจ้งหนี้ไปติดต่อชำระเงินค่าใช้ น้ำบาดาลต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มงวดถัดไป
3. พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ รับชำระค่าใช้น้ำบาดาลและ ออกใบเสร็จรับเงิน
4. พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่นำเงินค่าใช้น้ำบาดาลเข้าบัญชีกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล และคลังจังหวัด ตามข้อกำหนดของกระทรวง (กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะทำความตกลงกับคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกระทรวงการคลัง)
5. ในกรณีผู้รับใบอนุญาตไม่ชำระค่าใช้น้ำบาดาลตามระยะเวลาที่กำหนดให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ รวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานอัยการพิจารณาฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับให้ชำระหนี้ค่าใช้น้ำบาดาล โดยให้ดำเนินการตามระเบียบกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ว่าด้วย การจัดเก็บรายได้ และการนำส่งรายได้ ตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 และรายงานผลการดำเนินคดีให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลทราบทุกระยะ
6. พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ รายงานสรุปผลการจักเก็บรายได้ทุกเดือนให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลทราบ